ต้นปน (Off-Types)

ต้นปนคือพืชที่มีลักษณะทางพันธุกรรม (genotypes) แตกต่างจากพืชส่วนใหญ่ในพล็อตทดลอง ซึ่งอาจเกิดจากเมล็ดพันธุ์ที่ไม่บริสุทธิ์ หรือจากข้าวเรื้อ (volunteer plants) จากเมล็ดที่ตกค้างจากการปลูกในฤดูกาลก่อนหน้า
ประเภทของต้นปน
Section titled “ประเภทของต้นปน”ต้นปนสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักตามแหล่งที่มา:
1. ต้นปนจากเมล็ดพันธุ์
Section titled “1. ต้นปนจากเมล็ดพันธุ์”หมายเหตุ: เกิดจากเมล็ดพันธุ์ที่ไม่บริสุทธิ์ (impure seeds) หรือจากการผสมพันธุ์ที่ไม่สมบูรณ์
ตัวอย่างในพันธุ์ข้าวไทย:
- ข้าวหอมมะลิ 105: พบต้นปนที่ไม่มีกลิ่นหอม หรือต้นที่สูงมากกว่าปกติ
- เจ๊กกอว่าน: พบต้นปนที่แตกหน่อน้อยกว่าหรือไม่แข็งแรงเหมือนกอปกติ
- ขาวดอกสีชมพู 90: พบต้นปนที่ไม่มีดอกสีชมพู หรือต้นที่สูงแตกต่างกัน
2. ต้นปนจากข้าวเรื้อ (Volunteer Plants)
Section titled “2. ต้นปนจากข้าวเรื้อ (Volunteer Plants)”คำเตือน: เกิดจากเมล็ดข้าวที่ตกค้างจากการปลูกในฤดูกาลก่อนหน้าและงอกขึ้นมาเองโดยไม่มีการปักดำ
ลักษณะเฉพาะ:
- มักมีความแข็งแรงน้อยกว่าต้นที่ปักดำโดยตั้งใจ
- ตั้งตัวกระจายและไม่เป็นระเบียบในพล็อต
- มักพบตามแนวการจัดการน้ำหรือรอบขอบพล็อต
3. ต้นปนจากการผสมพันธุ์
Section titled “3. ต้นปนจากการผสมพันธุ์”หมายเหตุ: เกิดจากการผสมพันธุ์ของข้าวในแปลงเพาะกล้าหรือการทดลองก่อนหน้า
ลักษณะเฉพาะ:
- มีความแตกต่างทางสี สูง หรือรูปร่างเล็กน้อยจากต้นปกติ
- มักแตกกอน้อยกว่าหรือไม่สม่ำเสมอ
- พบได้ยากในระยะแรกแต่จะเห็นชัดเจนในระยะหลัง
ผลกระทบของต้นปน
Section titled “ผลกระทบของต้นปน”ความแปรปรวนที่เพิ่มขึ้น
Section titled “ความแปรปรวนที่เพิ่มขึ้น”การมีต้นปนจะเพิ่มความไม่สม่ำเสมอ (heterogeneity) ระหว่างพืชในพล็อต และก่อให้เกิดการแข่งขันของพืชที่ไม่พึงประสงค์
คำเตือน: ต้นปนสามารถเพิ่มค่า CV ของพล็อตได้ 10-30% ทำให้การเปรียบเทียบทรีตเมนต์ไม่แม่นยำ
การแข่งขันที่ไม่พึงประสงค์
Section titled “การแข่งขันที่ไม่พึงประสงค์”ผลกระทบต่อพืชหลัก:
- ลดผลผลิตเมล็ดเฉลี่ยของพล็อต 5-15%
- เพิ่มความแปรปรวนของจำนวนรวงต่อกอ
- ส่งผลต่อความสูงและจำนวนหน่อของพืชหลัก
- ทำให้การวัดลักษณะทางปฐพีวิทยาและพฤกษศาสตร์ไม่แม่นยำ
ความยากในการตรวจพบ
Section titled “ความยากในการตรวจพบ”เนื่องจากการตรวจพบต้นปนมักจะเกิดขึ้นในระยะหลัง เมื่อลักษณะทางเกษตรแสดงออกชัดเจนแล้ว ทำให้ไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้ตั้งแต่ระยะแรก
ระยะเวลาในการตรวจพบ:
| ระยะเวลาหลังปักดำ | ความง่ายในการตรวจพบ | ลักษณะที่แสดง |
|---|---|---|
| 0-15 วัน | ยากมาก | ลักษณะยังไม่ชัดเจน |
| 16-30 วัน | ยาก | สูง สีใบ และการแตกหน่อ |
| 31-45 วัน | ปานกลาง | รูปร่างต้น และลำต้น |
| 46-60 วัน | ง่าย | ดอก สีข้าว และกลิ่นหอม |
| มากกว่า 60 วัน | ง่ายมาก | ขนาดและคุณภาพของเมล็ด |
การป้องกันการเกิดต้นปน
Section titled “การป้องกันการเกิดต้นปน”เพื่อรักษาแปลงทดลองให้ปราศจากต้นปน ควรปฏิบัติดังนี้:
1. ใช้เมล็ดพันธุ์ที่บริสุทธิ์
Section titled “1. ใช้เมล็ดพันธุ์ที่บริสุทธิ์”ข้อแนะนำ: ใช้เมล็ดพันธุ์ที่มาจากแหล่งเมล็ดพันธุ์ที่บริสุทธิ์ (purified seed stock) หรือแหล่งที่มีมาตรฐานการควบคุมคุณภาพ
แหล่งเมล็ดที่แนะนำในไทย:
- ศูนย์พันธุ์ข้าวจังหวัด
- ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวนากแห่งชาติ
- สถานีทดลองข้าวของกรมวิชาการเกษตร
- ศูนย์บริการจัดหาและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืช (องค์การ)
2. จัดการแปลงเพาะกล้าอย่างเหมาะสม
Section titled “2. จัดการแปลงเพาะกล้าอย่างเหมาะสม”หมายเหตุ: แปลงเพาะกล้าต้องปราศจากเมล็ดข้าวที่ตกค้างจากฤดูกาลก่อน
วิธีการป้องกัน:
- ไถลึก 20-25 ซม. ก่อนเริ่มเพาะกล้า
- กำจัดพื้นที่ 7-10 วันหลังการไถ เพื่อทำลายเมล็ดที่ตกค้าง
- ทำลายต้นข้าวเรื้อที่ขึ้นขึ้นมาหลังการกำจัด
- ใช้พื้นที่ใหม่ในการเพาะกล้าทุกฤดูกาลหากเป็นไปได้
3. จัดการแปลงทดลอง
Section titled “3. จัดการแปลงทดลอง”ข้อแนะนำ: เมื่อมีการทดลองหลายพันธุ์ ควรแยกแปลงเพาะกล้าของแต่ละพันธุ์ออกจากกันอย่างชัดเจน
แนวทางปฏิบัติ:
- แยกแปลงเพาะกล้าของแต่ละพันธุ์ออกจากกันอย่างน้อย 5 เมตร
- ใช้อุปกรณ์แยกกันระหว่างพันธุ์ (เช่น ถัง ไม้กั้น)
- ปักดำแต่ละพันธุ์ทีละพล็อต และทำความสะอาดอุปกรณ์ก่อนเปลี่ยนพันธุ์
- บันทึกแผนผังแปลงเพาะกล้าและแปลงทดลองอย่างละเอียด
4. ทำลายต้นเรื้อ
Section titled “4. ทำลายต้นเรื้อ”คำเตือน: ทำลายต้นข้าวที่ขึ้นเองจากฤดูกาลก่อน ทั้งก่อนและหลังการปักดำ
วิธีการทำลายต้นเรื้อ:
- กำจัดดินอย่างละเอียดก่อนปักดำ 7-10 วัน
- ทำลายต้นเรื้อที่ขึ้นขึ้นมาหลังการกำจัดครั้งแรก
- สำรวจพื้นที่อีกครั้ง 3-5 วันก่อนปักดำและทำลายต้นที่ขึ้นขึ้นมาใหม่
- ตรวจสอบพล็อตทดลอง 2-3 ครั้งแรกหลังปักดำเพื่อค้นหาต้นเรื้อ
การจัดการเมื่อพบต้นปน
Section titled “การจัดการเมื่อพบต้นปน”1. หากพบก่อน 3 สัปดาห์หลังปักดำ
Section titled “1. หากพบก่อน 3 สัปดาห์หลังปักดำ”ข้อแนะนำ: ให้ถอนออก (rogue) และปลูกซ่อม
ขั้นตอน:
- ทำเครื่องหมายตำแหน่งของต้นปนที่พบ
- ถอนต้นปนออกอย่างระมัดระวังไม่ให้ทำลายต้นปกติข้างเคียง
- ปลูกซ่อมในตำแหน่งเดิมด้วยต้นกล้าจากแถวขอบ
- บันทึกจำนวนและตำแหน่งของต้นปนที่ถอนออก
2. หากพบหลัง 3 สัปดาห์หลังปักดำ
Section titled “2. หากพบหลัง 3 สัปดาห์หลังปักดำ”คำเตือน: ไม่ควรทำการถอนออก แต่ให้ทำเครื่องหมายหรือติดป้ายไว้ เพื่อคัดออกจากการเก็บเกี่ยวและการวัดค่าต่าง ๆ
เหตุผล:
- การถอนออกในระยะหลังจะทำลายต้นปกติข้างเคียง
- ต้นปนจะเกิดการแข่งขันกับต้นปกติจนถึงช่วงนี้แล้ว
- การถอนออกอาจทำให้ต้นปกติข้างเคียงได้รับประโยชน์จากการลดแข่งขัน
วิธีการจัดการ:
- ทำเครื่องหมายต้นปนด้วยสีหรือเชือกผูก
- บันทึกจำนวนและตำแหน่งของต้นปนที่พบ
- วางแผนเก็บตัวอย่างโดยหลีกเลี่ยงต้นปนและต้นปกติที่ติดกับต้นปน
- ในระยะเก็บเกี่ยว คัดต้นปนออกและไม่นำไปรวมในการวัดค่า
3. ขณะเก็บเกี่ยว
Section titled “3. ขณะเก็บเกี่ยว”หมายเหตุ: ให้คัดต้นปนออกและคำนวณผลผลิตของพล็อตโดยปรับค่าน้ำหนักเมล็ดให้เทียบเท่ากับจำนวนกอปกติ
วิธีการคำนวณผลผลิต:
ผลผลิตพล็อต = (W/n) × N
เมื่อ:W = น้ำหนักเมล็ดจากกอที่เก็บเกี่ยวได้n = จำนวนกอที่เก็บเกี่ยวจริงN = จำนวนกอทั้งหมดในพล็อตปรกติตัวอย่างการคำนวณ:
สมมติว่าในพล็อตหนึ่งมี:
- กอปกติทั้งหมด: 100 กอ
- กอที่เก็บเกี่ยวได้: 90 กอ (10 กอเป็นต้นปนหรือติดกับต้นปน)
- น้ำหนักเมล็ดจาก 90 กอ: 18.0 kg
ผลผลิตพล็อต = (18.0/90) × 100 = 20.0 kgระดับการยอมรับของต้นปน
Section titled “ระดับการยอมรับของต้นปน”ข้อมูล: จากมาตรฐานของกรมวิชาการเกษตร กำหนดระดับการยอมรับของต้นปนดังนี้
| ระดับ | เปอร์เซ็นต์ของต้นปน | การจัดการที่แนะนำ |
|---|---|---|
| ยอมรับได้ | < 2% | คัดต้นปนออกเวลาเก็บเกี่ยว |
| ต้องระวัง | 2-5% | คัดต้นปนออกและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล |
| ไม่ยอมรับ | > 5% | ควรวิจารณาทำการทดลองใหม่หรือใช้พล็อตนั้นเป็นข้อมูลสูญหาย |
การวิเคราะห์ข้อมูลเมื่อมีต้นปน
Section titled “การวิเคราะห์ข้อมูลเมื่อมีต้นปน”หากต้องใช้ข้อมูลจากพล็อตที่มีต้นปน สามารถพิจารณาใช้สถิติดังนี้:
1. การคำนวณค่าปรับ
Section titled “1. การคำนวณค่าปรับ”หากต้นปนกระจายตัวสม่ำเสมอ สามารถใช้การคำนวณผลผลิตที่ปรับแล้วดังข้างต้น
2. การใช้ต้นปนเป็นตัวแปรอิสระ
Section titled “2. การใช้ต้นปนเป็นตัวแปรอิสระ”หากต้นปนไม่สม่ำเสมอ สามารถใช้จำนวนต้นปนเป็นตัวแปรอิสระ (covariate) ในการวิเคราะห์
# ตัวอย่างการวิเคราะห์ด้วย R โดยใช้จำนวนต้นปนเป็น covariatemodel <- aov(yield ~ treatment + block + off_type_pct, data = data)summary(model)3. การใช้ ANCOVA
Section titled “3. การใช้ ANCOVA”สามารถใช้ ANCOVA โดยใช้จำนวนต้นปนเป็นตัวแปรอิสระร่วมเพื่อปรับความแปรปรวนที่เกิดจากต้นปน
แนวทางปฏิบัติจากกรมวิชาการเกษตร
Section titled “แนวทางปฏิบัติจากกรมวิชาการเกษตร”-
ตรวจสอบเมล็ดพันธุ์: ตรวจสอบความบริสุทธิ์ของเมล็ดพันธุ์ก่อนเริ่มเพาะกล้า
-
ทำ Uniformity Trial: ก่อนเริ่มการทดลองสำคัญ ควรทำ Uniformity Trial เพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ของพันธุ์
-
บันทึกข้อมูลอย่างละเอียด: บันทึกจำนวนและตำแหน่งของต้นปนที่พบในแต่ละพล็อต
-
ใช้มาตรฐานการควบคุม: ทำตามมาตรฐานของกรมวิชาการเกษตรในการควบคุมคุณภาพเมล็ดพันธุ์
-
ติดตามการตรวจสอบ: ตรวจสอบพล็อตทดลองอย่างสม่ำเสมอในระยะ 30-60 วันหลังปักดำ
บทถัดไป: อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โรคและแมลงศัตรูพืช ในบทที่ 14 ซึ่งจะอธิบายถึงการจัดการความเสียหายจากศัตรูพืชและโรคในแปลงทดลอง