Skip to content

โรคและแมลงศัตรูพืช

ความเสียหายจากศัตรูพืชและโรค

ผลกระทบต่อการทดลอง

Section titled “ผลกระทบต่อการทดลอง”

ความเสียหายจากศัตรูพืชและโรคมักเกิดขึ้นเป็นจุด ๆ ส่งผลให้เกิดความแปรปรวนเพิ่มขึ้นทั้งระหว่างพล็อตและภายในพล็อต ซึ่งนำไปสู่ความคลาดเคลื่อนในการทดลอง (experimental error) นอกจากนี้ ความไม่สม่ำเสมอของการเกิดโรคหรือแมลงยังส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเปรียบเทียบระหว่างตำรับการทดลอง (treatments)

การลดผลกระทบจากความเสียหาย

Section titled “การลดผลกระทบจากความเสียหาย”
  • การสุ่มตัวอย่าง: เมื่อพล็อตได้รับความเสียหาย ห้ามเก็บตัวอย่างจากต้นที่เสียหายเพื่อวัดลักษณะทางพฤกษศาสตร์ใด ๆ (ยกเว้นในกรณีที่วัตถุประสงค์ของการทดลองคือการประเมินความเสียหายนั้นโดยเฉพาะ)

  • กรณีความเสียหายต่ำ (ไม่เกิน 20%): หากความเสียหายในแต่ละพล็อตเกิดขึ้นกับพืชจำนวนไม่มาก (เช่น ไม่เกิน 20% ของต้นทั้งหมดในพล็อต) ให้คัดต้นที่เสียหายออกจากการเก็บเกี่ยวของแต่ละพล็อต จากนั้นจึงแปลงน้ำหนักเมล็ดของพล็อตนั้นให้เทียบเท่ากับจำนวนกอปรกติ (อ้างอิงวิธีการในบทที่ 17)

  • กรณีเสียหายหนักเพียงบางพล็อต: หากมีเพียงไม่กี่พล็อตที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ไม่ต้องเก็บตัวอย่างจากพล็อตเหล่านั้น และให้ถือว่าเป็น “ข้อมูลที่ขาดหาย” (missing data) ในขั้นตอนการวิเคราะห์ทางสถิติ

  • กรณีเสียหายปานกลางถึงหนักและไม่สม่ำเสมอ: หากความเสียหายกระจายตัวไม่สม่ำเสมอระหว่างพล็อตและสามารถวัดค่าได้ ให้เก็บเกี่ยวพืชทั้งหมดในแต่ละพล็อตตามปรกติ พร้อมทั้งเก็บข้อมูลระดับการเกิดศัตรูพืชและโรคในทุกพล็อต เพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วม (covariance analysis) โดยใช้ข้อมูลความเสียหายเป็นตัวแปรอิสระร่วม (covariates)

โรคและศัตรูพืชที่สำคัญในข้าวไทย

Section titled “โรคและศัตรูพืชที่สำคัญในข้าวไทย”
โรค/ศัตรูพืชลักษณะเฉพาะระยะเสียหายหลักวิธีการระบาด
โรคไวรัสแขนขาว (Tungro)ใบเหลือง ต้นสั้นระยะต้นระยะเวลาที่เกิด
โรคไหม้ (Blast)จุดดำบนใบและคอรวงทั้งต้นและรวงจำนวนคอรวงที่เกิด
หนอนกอข้าว (Stemborer)ยอดเหี่ยว รวงขาวระยะต้นและรวงเปอร์เซ็นต์ยอดเหี่ยว
หนอนเพลี้ยน (BPH)ใบเหลือง ต้นล้มระยะต้นระดับประชาติ
โรครากเนื้อ (Sheath Blight)แผลบรองแห้งขอบใบระยะต้นความยาวของแผลบ
บั่ว (Gall Midge)รวงไม่ออก (Silver shoot)รวงเปอร์เซ็นต์รวงไม่ออก

การวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วม (Covariance Analysis)

Section titled “การวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วม (Covariance Analysis)”

เงื่อนไขที่จำเป็น:

  • ความเสียหายกระจายสม่ำเสมอระหว่างพล็อต
  • สามารถวัดความเสียหายได้อย่างเป็นปริมาณ
  • ความเสียหายมีความสัมพันธ์กับผลผลิต

วิธีการวิเคราะห์

Section titled “วิธีการวิเคราะห์”
# ตัวอย่างการวิเคราะห์ด้วย R
library(agricolae)
# ข้อมูล
yield <- c(4.5, 5.2, 4.8, 5.1, 3.9, 4.3)
treatment <- c("T1", "T2", "T3", "T1", "T2", "T3")
block <- c(1, 1, 1, 2, 2, 2)
blast_severity <- c(0.15, 0.25, 0.10, 0.20, 0.30, 0.18)
# สร้าง data frame
data <- data.frame(yield, treatment, block, blast_severity)
# วิเคราะห์ ANCOVA
model <- aov(yield ~ treatment + block + blast_severity, data = data)
summary(model)

แนวทางการป้องกันความเสียหาย

Section titled “แนวทางการป้องกันความเสียหาย”

1. การเลือกพื้นที่

Section titled “1. การเลือกพื้นที่”

2. การเลือกพันธุ์

Section titled “2. การเลือกพันธุ์”

พันธุ์ที่แนะนำตามสภาพแวดล้อม:

สภาพแวดล้อมพันธุ์ที่แนะนำลักษณะเฉพาะ
นาฝังชันเจ๊กกอว่าน, เขี้ยวงามทนทานต่อโรคและศัตรูพืช
นาหว่านข้าวหอมมะลิ 105, ขาวดอกสีชมพู 90ทนความแห้ง
นาเกลือเจ๊กกอว่าน, นีปงบารี่ทนความเค็มในดิน
นาปรักชาข้าวหอมมะลิ 105, เขี้ยวงามทนน้ำท่วม

แนวทางปฏิบัติจากกรมวิชาการเกษตร

Section titled “แนวทางปฏิบัติจากกรมวิชาการเกษตร”
  1. ตรวจสอบความเสียหายอย่างสม่ำเสมอ: ตรวจสอบความเสียหายในพล็อตทุก 2-3 สัปดาห์

  2. บันทึกข้อมูลอย่างละเอียด: บันทึกจำนวนต้นที่เสียหาย ประเภทของความเสียหาย และระดับความเสียหาย

  3. ใช้การจัดการร่วม: ใช้การจัดการร่วม (Integrated Pest Management - IPM) เพื่อควบคุมโรคและศัตรูพืช

  4. ติดตามพล็อตที่เสี่ยง: ติดตามพล็อตที่มีความเสี่ยงสูงอย่างใกล้ชิด

  5. ประเมินความเสี่ยง: ประเมินความเสี่ยงของการทดลองก่อนเริ่มการวิเคราะห์ข้อมูล

บทถัดไป: อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แหล่งความแปรปรวนย่อย ๆ ในบทที่ 15 ซึ่งจะอธิบายถึงแหล่งความแปรปรวนอื่น ๆ ที่ต้องควบคุม