บล็อก
การ Blocking หรือการจัดบล็อก คือหัวใจสำคัญของการออกแบบการทดลองเพื่อควบคุมความแปรปรวนจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความไม่สม่ำเสมอของดิน (Soil Heterogeneity) เพื่อให้การเปรียบเทียบกรรมวิธีมีความแม่นยำสูงสุด
วัตถุประสงค์และผลของการจัดบล็อก
Section titled “วัตถุประสงค์และผลของการจัดบล็อก”เพื่อแยกความแปรปรวน : การจัดบล็อกช่วยให้เราสามารถแยกความแตกต่างระหว่างบล็อกออกจาก ค่าความคลาดเคลื่อนของการทดลอง (Experimental Error) ได้ ส่งผลให้ค่า Error ลดลงและเพิ่มความแม่นยำ (Precision) ให้กับงานวิจัย
หลักการสำคัญ : การจัดบล็อกที่ดีต้องทำให้ หน่วยทดลองภายในบล็อกเดียวกันมีความสม่ำเสมอ (Homogeneous) มากที่สุด แต่ให้ มีความแตกต่างระหว่างบล็อกมากที่สุด
วิธีการใช้การจัด blocking
Section titled “วิธีการใช้การจัด blocking”-
เมื่อทราบรูปแบบความอุดมสมบูรณ์ของดิน: ให้วางแนวบล็อกเพื่อให้ความแตกต่างของดิน “ระหว่างบล็อก” มีค่าสูงสุด และความแตกต่าง “ภายในบล็อก” มีค่าน้อยที่สุด ตัวอย่างเช่น หากแปลงนามีแนวความอุดมสมบูรณ์ต่างกันในทิศทางเดียวตามความยาวของพื้นที่ การจัดกลุ่มควรทำตามแนวขวางของพื้นที่ หรือกล่าวคือ ตัดขวางหรือตั้งฉากกับแนวความแตกต่างนั้น
-
เมื่อไม่ทราบรูปแบบความอุดมสมบูรณ์ของดิน: หลีกเลี่ยงการใช้บล็อกที่มีลักษณะยาวและแคบ แต่ควรใช้บล็อกที่มีความกระชับ (Compact) หรือมีรูปทรงใกล้เคียงสี่เหลี่ยมจัตุรัสมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เนื่องจากแปลงที่อยู่ใกล้กันย่อมมีโอกาสที่จะมีลักษณะเหมือนกันมากกว่าแปลงที่อยู่ห่างกัน
ขนาดบล็อก: บล็อกต้องมีพื้นที่เพียงพอที่จะวางแปลงย่อย (Plots) ของทุกกรรมวิธีในชุดนั้นๆ ได้ครบถ้วน หากมีพื้นที่เหลือไม่ควรนำแปลงย่อยของบล็อกอื่นมาแทรก
-
การจัดการแบบ “รายบล็อก” (Per-block basis) : เพื่อควบคุมความแปรปรวนที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการจัดการและการปฏิบัติงาน รวมถึงการเก็บข้อมูล ทุกขั้นตอนควรดำเนินการตามรายบล็อก กล่าวคือ เมื่อใดก็ตามที่มีแหล่งความแปรปรวนเกิดขึ้น ให้พยายามแยกความแปรปรวนส่วนใหญ่นั้นออกด้วยการจัดกลุ่ม
ยกตัวอย่างเช่น หากการดำเนินงานบางอย่าง (เช่น การใส่ทรีตเมนต์ หรือการวัดข้อมูล) ไม่สามารถทำให้เสร็จสิ้นทั้งการทดลองได้ภายในวันเดียว อย่างน้อยที่สุดก็ควรทำงานของทุกแปลงในหนึ่งบล็อกให้เสร็จในวันนั้น เพื่อให้ความแตกต่างของปัจจัยด้านวันเวลาถูกควบคุมโดย “บล็อก”
เทคนิคเดียวกันนี้สามารถใช้เพื่อจัดการความแปรปรวนระหว่างผู้ปฏิบัติงานได้ เมื่อใดที่งานนั้นได้รับผลกระทบจากทักษะของผู้ปฏิบัติงาน (เช่น การใส่ปุ๋ย การพ่นสารเคมี หรือการวัดความสูงต้น) ควรแบ่งให้ผู้ปฏิบัติงานแต่ละคนรับผิดชอบบล็อกที่แตกต่างกันไป
ตัวอย่างการจัดบล็อกในการทดลองข้าว
Section titled “ตัวอย่างการจัดบล็อกในการทดลองข้าว”ตัวอย่างที่ 1: การจัดบล็อกตามแนวความอุดมสมบูรณ์ของดิน
Section titled “ตัวอย่างที่ 1: การจัดบล็อกตามแนวความอุดมสมบูรณ์ของดิน”สถานการณ์: คุณกำลังวางแผนการทดลองในนาข้าวที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่างกันจากเหนือไปล่าง (North-South gradient)
ข้อมูลเบื้องต้น:
- พื้นที่ทดลอง: 60 m × 100 m
- ทิศทางของความแปรปรวน: เหนือ-ใต้ (ค่าอุดมสมบูรณ์สูงที่สุดทางเหนือ, ต่ำที่สุดทางใต้)
- จำนวนบล็อก: 4 บล็อก (RCBD 4 ซ้ำ)
- จำนวนกรรมวิธี: 6 พันธุ์ข้าว
การจัดบล็อก:
❌ ไม่เหมาะสม: วางแนวบล็อกในแนวเหนือ-ใต้ ทำให้หน่วยที่อยู่ในบล็อกเดียวกันมีความอุดมสมบูรณ์แตกต่างกันมาก
✅ เหมาะสม: วางแนวบล็อกในแนวตะวัน-ตกวัน (East-West) ทำให้หน่วยที่อยู่ในบล็อกเดียวกันมีความอุดมสมบูรณ์ใกล้เคียงกัน
ผล: การจัดบล็อกที่เหมาะสมจะช่วยลดความคลาดเคลื่อนของการทดลองอย่างมีนัยสำคัญ
ตัวอย่างที่ 2: การจัดบล็อกตามการจัดการงาน
Section titled “ตัวอย่างที่ 2: การจัดบล็อกตามการจัดการงาน”สถานการณ์: คุณมีคนงาน 3 คน และต้องการวัดความสูงข้าวในทุก 2 สัปดาห์ แต่คนงานแต่ละคนไม่สามารถช่วยกันวัดในวันเดียวได้ครบ
ข้อมูลเบื้องต้น:
- จำนวนบล็อก: 3 บล็อก (1 บล็อกต่อคนงาน)
- คนงาน A: วัด บล็อกที่ 1, 4, 7, 10
- คนงาน B: วัด บล็อกที่ 2, 5, 8, 11
- คนงาน C: วัด บล็อกที่ 3, 6, 9, 12
วิธีการจัดบล็อก:
- กำหนดว่าแต่ละคนงานรับผิดชอบบล็อกใด
- วางแผนผังแปลงโดยสุ่มกรรมวิธีภายในบล็อก (ตามบทที่ 5)
- ให้คนงานแต่ละคนวัดเฉพาะบล็อกที่ตนรับผิดชอบ
ประโยชน์:
- ลดความแปรปรวนจากความแตกต่างของการวัดระหว่างคนงาน
- คนงานแต่ละคนรับผิดชอบงานของตนเองทั้งหมด
- วิเคราะห์ข้อมูลง่ายกว่า เพราะสามารถคำนวณความแตกต่างระหว่างบล็อกได้โดยตรง
ตัวอย่างที่ 3: การจัดบล็อกตามระยะการเก็บเกี่ยว
Section titled “ตัวอย่างที่ 3: การจัดบล็อกตามระยะการเก็บเกี่ยว”สถานการณ์: คุณทำการทดลองเปรียบเทียบผลผลิตของพันธุ์ข้าวที่มีวันเก็บเกี่ยวต่างกัน และต้องการเก็บเกี่ยวในวันที่แตกต่างกัน
ข้อมูลเบื้องต้น:
- พันธุ์ A: วันเก็บเกี่ยว 110 วัน
- พันธุ์ B: วันเก็บเกี่ยว 115 วัน
- พันธุ์ C: วันเก็บเกี่ยว 120 วัน
- พันธุ์ D: วันเก็บเกี่ยว 125 วัน
การจัดบล็อก:
ทางเลือกที่ 1: จัดบล็อกตามวันเก็บเกี่ยว
- บล็อก 1: พันธุ์ที่เก็บเกี่ยว 110 วัน
- บล็อก 2: พันธุ์ที่เก็บเกี่ยว 115 วัน
- บล็อก 3: พันธุ์ที่เก็บเกี่ยว 120 วัน
- บล็อก 4: พันธุ์ที่เก็บเกี่ยว 125 วัน
ปัญหา: ความแปรปรวนระหว่างบล็อกสูง (ทั้งทรีตเมนต์และวันเก็บเกี่ยว)
ทางเลือกที่ 2: จัดบล็อกตามระยะเก็บเกี่ยว (Balanced Blocking)
- แบ่งพันธุ์เป็นกลุ่ม:
- กลุ่ม 1: 110-112 วัน (พันธุ์ A)
- กลุ่ม 2: 113-117 วัน (พันธุ์ B)
- กลุ่ม 3: 118-122 วัน (พันธุ์ C)
- กลุ่ม 4: 123-125 วัน (พันธุ์ D)
- วางแผนผังแปลงโดยสุ่มกรรมวิธีภายในแต่ละกลุ่ม
ประโยชน์:
- ความแปรปรวนระหว่างบล็อกลดลง
- ความสมดุลของการเก็บเกี่ยวดีขึ้น
- วิเคราะห์ข้อมูลง่ายขึ้น
คำแนะนำสำหรับการจัดบล็อกในนาข้าว
Section titled “คำแนะนำสำหรับการจัดบล็อกในนาข้าว”-
ศึกษาแผนที่ก่อนเริ่ม: ใช้ข้อมูลจากงานก่อนหน้า หรือทำ Uniformity Trial เพื่อระบุแนวของความอุดมสมบูรณ์
-
วางแนวบล็อกให้ตั้งฉากกับแนวความแปรปรวน: นี่คือหลักการสำคัญที่สุดในการลดความคลาดเคลื่อน
-
จัดการ “รายบล็อก” ในทุกกิจกรรมที่มีความแปรปรวน: การใส่ปุ๋ย การวัดข้อมูล การเก็บเกี่ยว ฯลฯ
-
บันทึกวิธีการจัดบล็อก: สิ่งที่สำคัญคือการบันทึกวิธีการจัดบล็อกไว้ในสมุดบันทึกงานวิจัย เพื่อให้ผู้อื่นสามารถทำซ้ำได้
-
ใช้ซอฟต์แวร์สร้างแผนผังแปลง: ใช้แพ็กเกจ agricolae ใน R หรือ GenStat เพื่อสร้างแผนผังแปลงที่มีการจัดบล็อกที่เหมาะสม
บทถัดไป: อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การสุ่ม ในบทที่ 5 ซึ่งจะอธิบายถึงวิธีการสุ่มและเทคโนโลยีสมัยในการสุ่ม