Skip to content

จำนวนซ้ำ

จำนวนครั้งที่ชุดทรีตเมนต์ทั้งหมดถูกทำซ้ำในการทดลองเรียกว่า จำนวนซ้ำ (Number of replications) การสุ่มตัวอย่างหลายจุด (quadrats) จากพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ปลูกพันธุ์เดียว หรือการสังเกตหลายครั้งจากแปลงเดียว ไม่ถือเป็นจำนวนซ้ำที่แท้จริง สิ่งเหล่านี้คือตัวอย่างย่อย (subsamples) และความแปรปรวนของมันคือความคลาดเคลื่อนจากการสุ่มตัวอย่าง (sampling error) ไม่ใช่ความคลาดเคลื่อนจากการทดลอง (experimental error)

ผลของจำนวนซ้ำ (Effect of replication)

Section titled “ผลของจำนวนซ้ำ (Effect of replication)”

การทำซ้ำจำเป็นต้องมีเพื่อให้สามารถวัดความคลาดเคลื่อนจากการทดลองได้ นอกจากนี้ยังเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการเพิ่มความแม่นยำ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง การเพิ่มจำนวนซ้ำจะให้ความแม่นยำเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจนไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

การกำหนดจำนวนซ้ำ

Section titled “การกำหนดจำนวนซ้ำ”

ขึ้นอยู่กับขนาดของความคลาดเคลื่อนจากการทดลองที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและความแม่นยำที่ต้องการ โดยทั่วไปมักใช้ค่าสัมประสิทธิ์ความแปรปรวน (CV) ของผลผลิตเป็นเกณฑ์ ในแปลงทดลองของ IRRI ค่า CV เฉลี่ยของผลผลิตจะอยู่ที่ประมาณ 8% สำหรับการทดสอบพันธุ์ และ 10% สำหรับการทดลองอื่น ๆ แปลงทดลองคือพื้นที่ที่เราใช้ในการทดลองวิธีการต่างๆ อย่างเป็นระบบ

ดังนั้น ขนาดของแปลงจึงไม่ได้หมายถึงแค่พื้นที่ที่เราจะเก็บเกี่ยวผลผลิตเท่านั้น แต่รวมถึงพื้นที่ทั้งหมดที่ได้รับวิธีการทดลองนั้นๆ ด้วย รูปร่างของแปลงก็คืออัตราส่วนระหว่างความยาวและความกว้าง ส่วนการวางแนวของแปลงคือการเลือกทิศทางของความยาวแปลง ซึ่งแปลงรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสจะไม่สามารถกำหนดทิศทางการวางแนวได้

  • หลักการ: เพื่อให้การทดสอบสถิติมีความเชื่อถือได้ ค่า Degrees of Freedom ของ Error (df error) ควรมีค่าอย่างน้อย 10 ถึง 12

  • สูตรสำหรับ RCBD: df=(t1)(r1)df = (t-1)(r-1) (เมื่อ tt = จำนวนกรรมวิธี, rr = จำนวนซ้ำ)

  • ตัวอย่าง: หากคุณทดลองข้าว 4 สายพันธุ์ (t=4t=4)

    • ถ้าใช้ 3 ซ้ำ: df=(41)(31)=6df = (4-1)(3-1) = 6 (น้อยเกินไป ผลสถิติจะไม่เสถียร)

    • ถ้าใช้ 5 ซ้ำ: df=(41)(51)=12df = (4-1)(5-1) = 12 (เหมาะสมตามเกณฑ์)

    • ดังนั้น ถ้าจำนวนกรรมวิธีน้อย คุณยิ่งต้องเพิ่มจำนวนซ้ำให้มากขึ้น

Standard Error of Mean (SE) กับ จำนวนซ้ำ

Section titled “Standard Error of Mean (SE) กับ จำนวนซ้ำ”

ค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐานของค่าเฉลี่ยคำนวณจากสูตร: SE=CVrSE = \frac{CV}{\sqrt{r}}

  • จุดเปลี่ยน (Diminishing Returns): เมื่อเราเพิ่มจำนวนซ้ำจาก 2 เป็น 4 ค่า SE จะลดลงอย่างรวดเร็ว (เพราะหารด้วย 2\sqrt{2} ไปเป็น 4\sqrt{4}) แต่ถ้าเพิ่มจาก 8 เป็น 10 ความแม่นยำที่ได้เพิ่มขึ้นจะน้อยมากจนไม่คุ้มค่าแรงงาน

  • ข้อแนะนำ: สำหรับงานทดลองข้าวทั่วไป 3-4 ซ้ำ คือจุดที่คุ้มค่าที่สุด (Optimal point)

Estimated standard error of a treatment mean as a percentage of the mean for varying number of replications and coefficients of variation (cv).

การตรวจหาความแตกต่าง (Sensitivity/Detection Power)

Section titled “การตรวจหาความแตกต่าง (Sensitivity/Detection Power)”

“ต้องใช้กี่ซ้ำ ถึงจะเห็นว่าพันธุ์ A ดีกว่าพันธุ์ B จริงๆ”

  • ถ้าดินมีความแปรปรวนสูง (CV 15%) และคุณต้องการตรวจหาความแตกต่างที่ระดับ 10% ของค่าเฉลี่ย คุณอาจต้องใช้ถึง 10-12 ซ้ำ ซึ่งในทางปฏิบัติทำไม่ได้

  • ทางเลือก: หากเพิ่มซ้ำไม่ได้ ต้องกลับไปคุมความสม่ำเสมอของดินในแปลง หรือปรับปรุงเทคนิคการเก็บข้อมูลเพื่อให้ค่า CV ลดลงแทน

ค่าสัมประสิทธิ์ของความแปรปรวน

Section titled “ค่าสัมประสิทธิ์ของความแปรปรวน”

ค่าสัมประสิทธิ์ของความแปรปรวน (Coefficient of Variation: C.V.) เป็นค่าทางสถิติที่ใช้เป็นดัชนีบ่งชี้ถึงคุณภาพของการทดลองและความน่าเชื่อถือของผลการทดลองนั้นๆ โดยเป็นการวัดความแปรปรวนของงานทดลองในเชิงสัมพัทธ์เพื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ย

เกณฑ์ความน่าเชื่อถือของค่า C.V. มีรายละเอียดดังนี้

1. เกณฑ์มาตรฐานทั่วไปตามประเภทงานทดลอง

  • งานทดลองเปรียบเทียบพันธุ์ข้าว: ในสถานีทดลองมักมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8% หรืออยู่ในช่วง 10% ± 3

  • งานทดลองทางปฐพีวิทยาหรือพืชไร่อื่นๆ: มักมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10%

  • งานทดลองด้านเขตกรรม (Cultural practices): ค่ามาตรฐานที่น่าเชื่อถือจะอยู่ที่ประมาณ 12% ± 6

2. เกณฑ์ตามสภาพแวดล้อมและพืชที่ศึกษา

  • ในนาเกษตรกร: ความน่าเชื่อถือจะลดลงตามสภาพแวดล้อมที่ควบคุมยาก ค่า C.V. ที่ยอมรับได้จะสูงขึ้นเป็นประมาณ 13% ± 5 สำหรับงานเปรียบเทียบพันธุ์

  • พืชต่างชนิดกัน: เช่น งานทดลองถั่วเหลือง ค่า C.V. ของผลผลิตอาจสูงถึง 19% ± 6 แต่สำหรับลักษณะที่แปรปรวนน้อยอย่างน้ำหนัก 100 เมล็ด ค่า C.V. ควรจะต่ำเพียง 6% ± 2 ถึงจะน่าเชื่อถือ

  • งานด้านแมลงศัตรูพืช: มักมีความแปรปรวนสูงกว่างานด้านพันธุ์หรือปุ๋ย โดยค่า C.V. อาจสูงได้ถึง 16% - 29% ขึ้นอยู่กับชนิดของแมลง

ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่า C.V.

  • ความไม่สม่ำเสมอของดิน (Soil Heterogeneity): ดินที่มีความแตกต่างกันมากในพื้นที่เดียวกันจะทำให้ค่า C.V. สูงขึ้น

  • เทคนิคปฏิบัติ: การใช้เทคนิคการวางแผนทดลองที่ไม่เหมาะสม หรือขนาดแปลงย่อยที่เล็กเกินไป

  • ความคลาดเคลื่อนจากการทดลอง (Experimental Error): หากการจัดการในแต่ละซ้ำไม่สม่ำเสมอ จะส่งผลโดยตรงต่อค่า C.V.

ตัวอย่างการคำนวณจำนวนซ้ำที่เหมาะสม

Section titled “ตัวอย่างการคำนวณจำนวนซ้ำที่เหมาะสม”

ตัวอย่างที่ 1: การทดลองเปรียบเทียบพันธุ์ข้าว

Section titled “ตัวอย่างที่ 1: การทดลองเปรียบเทียบพันธุ์ข้าว”

สถานการณ์: คุณกำลังวางแผนการทดลองเพื่อเปรียบเทียบผลผลิตของพันธุ์ข้าว 4 พันธุ์:

  1. ข้าวหอมมะลิ 105
  2. เจ๊กกอว่าน
  3. ขาวดอกสีชมพู 90
  4. ข้าวพื้นเมือง (Local variety)

ข้อมูลเบื้องต้น: จากงานก่อนหน้า ค่า CV ของผลผลิตในสถานที่คล้ายคือ 10%

วิธีการคำนวณจำนวนซ้ำที่เหมาะสม:

ขั้นตอนที่ 1: คำนวณ Error df ตามกฎของ Error df

สูตรสำหรับ RCBD: df=(t1)(r1)df = (t-1)(r-1)

เมื่อ tt = จำนวนกรรมวิธี = 4 เมื่อ rr = จำนวนซ้ำ (ยังไม่ทราบ)

ทดลองค่า rr ต่างๆ:

จำนวนซ้ำ (r)df = (4-1)(r-1)ตรวจสอบ
3 ซ้ำ(3)(2) = 6❌ น้อยเกินไป
4 ซ้ำ(3)(3) = 9❌ ยังน้อย
5 ซ้ำ(3)(4) = 12✅ ตรงเกณฑ์
6 ซ้ำ(3)(5) = 15✅ เกินเกณฑ์

ขั้นตอนที่ 2: คำนวณความแม่นยำที่จะได้ (SE)

สูตร: SE=CVrSE = \frac{CV}{\sqrt{r}}

เมื่อ CV = 10% (จากงานก่อนหน้า)

จำนวนซ้ำ (r)√rSE (เมื่อ CV = 10%)
4 ซ้ำ2.005.0%
5 ซ้ำ2.244.5%
6 ซ้ำ2.454.1%

ขั้นตอนที่ 3: พิจารณาคุ้มค่า

จากขั้นตอนที่ 1 เราพบว่า 4 ซ้ำให้ df = 9 ซึ่งยังน้อยกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำสุด (10-12) จากขั้นตอนที่ 2 เราพบว่า 5 ซ้ำให้ SE = 4.5% และ 6 ซ้ำให้ SE = 4.1%

คำแนะนำ: ใช้ 5 ซ้ำ เพราะ:

  • ตรงตามเกณฑ์ Error df (df = 12)
  • ให้ความแม่นยำ SE = 4.5% ซึ่งดีพอ
  • ไม่ใช้ทรัพยากรมากเกินไป

ตัวอย่างที่ 2: การทดลองในนาเกษตรกร

Section titled “ตัวอย่างที่ 2: การทดลองในนาเกษตรกร”

สถานการณ์: คุณต้องการทดลองเทคโนโลยีปุ๋ยระหว่างนาเกษตรกร 10 คนในพื้นที่ที่แตกต่างกัน

ข้อจำกัด:

  • พื้นที่ของแต่ละเกษตรกรจำกัด
  • ต้องทำการทดลองซ้ำเดียว (no replication per farmer)
  • แต่ละเกษตรกรคือ “replication” หนึ่ง

การกำหนดจำนวนซ้ำ:

ในกรณีนี้ จำนวนซ้ำ = จำนวนเกษตรกร = 10

คำนวณความถูกต้อง:

ปัจจัยค่า
จำนวนกรรมวิธี (t)2 (เทคโนโลยีเก่า, เทคโนโลยีใหม่)
จำนวนซ้ำ (r)10
df = (2-1)(10-1) = 9❌ อาจน้อยเกินไป

แนวทางแก้ไข:

  • เพิ่มจำนวนเกษตรกรเป็น 12-15 คน
  • หรือใช้ RCBD โดยทำซ้ำ 2 ครั้งในแต่ละนาเกษตรกร (ถ้าพื้นที่อนุญาต)

คำแนะนำสำหรับการกำหนดจำนวนซ้ำ

Section titled “คำแนะนำสำหรับการกำหนดจำนวนซ้ำ”
  1. เริ่มจากเกณฑ์ Error df: คำนวณ df ก่อน ควรให้มีค่าอย่างน้อย 10-12
  2. ตรวจสอบความแม่นยำ: คำนวณ SE จาก CV ที่คาดหวั ดูว่าจุดเปลี่ยนอยู่ที่ไหน
  3. พิจารณาทรัพยากร: ให้แน่ใจว่าพื้นที่ งบประมาณ และแรงงาน เพียงพอหรือไม่
  4. อ้างอิงมาตรฐาน: ใช้ค่าที่แนะนำโดยกรมวิชาการเกษตร (DOA) หรือสถาบันวิจัยข้าว

บทถัดไป: อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การออกแบบการทดลอง ในบทที่ 3 ซึ่งจะอธิบายถึงหลักการพื้นฐานของการออกแบบการทดลอง