16 การสุ่มตัวอย่างในพล็อต
การสุ่มตัวอย่างคือขั้นตอนการเลือกส่วนหนึ่งจากประชากรทั้งหมดเพื่อนำมาเป็นตัวแทนของประชากรนั้น ๆ อย่างแม่นยำ เมื่อประชากรที่ต้องการสุ่มคือพล็อตทดลอง ขั้นตอนนี้เรียกว่า “การสุ่มตัวอย่างในพล็อต” (plot sampling) เทคนิคการสุ่มตัวอย่างที่ดีคือค่าของลักษณะที่วัดได้จากตัวอย่างต้องใกล้เคียงกับค่าที่จะได้หากวัดจากพืชทุกต้นในพล็อต การสุ่มตัวอย่างจะถูกนำมาใช้เมื่อการวัดพืชทั้งหมดนั้นทำได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูงเกินไป
16.1 องค์ประกอบของการสุ่มตัวอย่างในพล็อต
วิธีการสุ่มตัวอย่างจะประกอบด้วย:
หน่วยสุ่ม (Sampling unit): หน่วยที่ใช้ในการวัดค่า (หน่วยสุ่มที่นิยมใช้ในการทดลองข้าว ได้แก่ ข้าว 1 กอ, ข้าว 4 กอที่อยู่ติดกัน, พื้นที่ 1 ตารางเมตร หรือรวงข้าว 1 รวง)
วิธีการเลือกหน่วยสุ่มจากพล็อต
ขนาดตัวอย่าง (Sample size): จำนวนหน่วยสุ่มที่จะถูกนำออกมาจากแต่ละพล็อต
16.2 สิ่งที่ควรทราบเกี่ยวกับการสุ่มตัวอย่างในพล็อต
ความเหมาะสมเฉพาะลักษณะ: แม้การใช้วิธีการสุ่มเพียงแบบเดียวเพื่อวัดหลายลักษณะจะสะดวกที่สุด แต่ความจริงแล้ววิธีการที่เหมาะสำหรับลักษณะหนึ่งอาจไม่เหมาะกับอีกลักษณะหนึ่ง เมื่อต้องวัดหลายลักษณะที่ต้องการรูปแบบการสุ่มต่างกัน อาจจำเป็นต้องหาข้อตกลงที่เหมาะสม (compromise)
การสุ่มแบบสุ่ม (Random selection): หากเป็นไปได้ ควรเลือกหน่วยสุ่มแบบสุ่มเสมอ หน่วยสุ่มที่สุ่มได้ชุดเดียวกันสามารถใช้กับทุกพล็อตภายในซ้ำ (replication) เดียวกันได้ แต่ต้องสุ่มชุดใหม่สำหรับซ้ำที่แตกต่างกัน (อ้างอิงบทที่ 5 สำหรับเทคนิคการสุ่ม)
การแยกพื้นที่สุ่ม: หากวิธีการสุ่มต้องมีการทำลายต้นข้าวหรือต้องมีการเดินเหยียบย่ำในพล็อตบ่อยครั้ง ควรแยก “พื้นที่สุ่ม” ออกจากพื้นที่ส่วนที่เหลือของพล็อต โดยต้องมั่นใจว่าทั้งสองพื้นที่มีความสม่ำเสมอกันและยังคงใช้การสุ่มในพื้นที่สุ่มนั้น วิธีปฏิบัติทั่วไปคือเว้นพื้นที่ตรงกลางพล็อตไว้สำหรับเก็บเกี่ยวผลผลิต และใช้พื้นที่รอบ ๆ สำหรับการสุ่มตัวอย่าง
การวัดซ้ำตามระยะการเติบโต: สำหรับการวัดลักษณะเดิม (เช่น ความสูง) ในระยะการเติบโตที่ต่างกัน ควรใช้ต้นตัวอย่างเดิมในทุกระยะการสังเกต แต่หากมีการสุ่มวัดบ่อยเกินไป ให้เปลี่ยนต้นตัวอย่างประมาณ 1 ใน 3 (หรือ 1 ใน 4) ในแต่ละระยะ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการสัมผัสต้นพืชบ่อยเกินไป (เช่น หากใช้ 8 กอต่อพล็อต ในระยะถัดไปให้คงไว้ 6 กอเดิมและสุ่มเพิ่มใหม่ 2 กอ)