3 การออกแบบการทดลอง
แผนการทดลองที่ดีช่วยให้การทดลองภาคสนามมีความถูกต้องและแม่นยำ โดยใช้หลักการทำซ้ำ การสุ่ม และการควบคุมความคลาดเคลื่อน
แผนการทดลอง หมายถึง กฎเกณฑ์ที่ใช้ในการกำหนดทรีตเมนต์ให้กับแปลงทดลอง หากดำเนินการอย่างถูกต้อง จะช่วยให้สามารถเปรียบเทียบระหว่างทรีตเมนต์ได้อย่างถูกต้อง (valid) และช่วยควบคุมแหล่งความแปรปรวนหลักในการทดลองภาคสนาม ซึ่งก็คือ ความไม่สม่ำเสมอของดิน (Soil heterogeneity)
แผนการทดลองที่เหมาะสมต้องยึดหลักสำคัญ 3 ประการ
- การทำซ้ำ (Replication)
- การสุ่ม (Randomization)
- การควบคุมความคลาดเคลื่อน (Error control)
3.1 การเลือกแผนการทดลอง
ประเภทของแผนการทดลองที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับปัจจัยดังนี้:
ระดับความไม่สม่ำเสมอของดินในพื้นที่ทดลอง
ประเภทและจำนวนของทรีตเมนต์ที่จะทดสอบ
ระดับความแม่นยำ (precision) ที่ต้องการ
ห้ามเลือกแผนการทดลองที่ขาดหลักการใดหลักการหนึ่งในสามประการข้างต้น
3.2 กลุ่มของแผนการทดลองที่นิยมใช้ในการทดลอง
แผนการทดลองแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ดังนี้:
1. แผนการทดลองแบบบล็อกสมบูรณ์ (Complete Block Designs) มักใช้กับการทดลองอย่างง่ายที่มีจำนวนทรีตเมนต์ไม่มากนัก มีลักษณะสำคัญคือ:
ทรีตเมนต์ทุกตัวจะปรากฏอยู่ในทุกบล็อก
การวิเคราะห์ข้อมูลทำได้ง่าย
จัดการข้อมูลที่ขาดหาย (missing data) ได้สะดวก
ใช้ได้ทั้งกับการทดลองแบบปัจจัยเดียว (Single-factor) และแบบแฟกทอเรียล (Factorial)
2. แผนการทดลองแบบบล็อกไม่สมบูรณ์ (Incomplete Block Designs) ใช้สำหรับการทดลองที่มีจำนวนทรีตเมนต์มากเกินกว่าจะบรรจุลงในบล็อกที่มีความสม่ำเสมอเดียวกันได้หมด เช่น การทดสอบพันธุ์ข้าวที่มีหลายร้อยพันธุ์ มีลักษณะคือ:
ทรีตเมนต์ทั้งหมดจะไม่ปรากฏอยู่ในบล็อกเดียวกัน
การวิเคราะห์ข้อมูลมีความซับซ้อนกว่า โดยเฉพาะเมื่อมีข้อมูลขาดหาย
3. แผนการทดลองแบบสปลิตพลอต (Split-plot Designs) ใช้สำหรับการทดลองแบบแฟกทอเรียลเท่านั้น ในกรณีที่มีชุดรวมของทรีตเมนต์จำนวนมาก หรือเมื่อทรีตเมนต์บางตัวต้องการขนาดแปลงที่ใหญ่กว่าตัวอื่น
กฎเกณฑ์พื้นฐานในการเลือกแผนการทดลอง
- การทดลองปัจจัยเดียว (Single factor experiments)
| แผนการทดลอง | เงื่อนไขการใช้งาน |
|---|---|
| RCB | ทรีตเมนต์น้อยกว่า 10 ตัว, ทำซ้ำกี่ครั้งก็ได้, ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่างกันในทิศทางเดียว |
| Latin Square | ทรีตเมนต์ 4 ถึง 8 ตัว, จำนวนซ้ำต้องเท่ากับจำนวนทรีตเมนต์, ดินต่างกันในสองทิศทาง |
| Balanced Lattice | ทรีตเมนต์จำนวนมาก (เช่น \(p^2\) ตัว), จำนวนซ้ำต้องเป็น \(p+1\), ให้ความแม่นยำเท่ากันทุกคู่เปรียบเทียบ |
| Partially Balanced Lattice | ทรีตเมนต์จำนวนมาก (\(p^2\) ตัว), ทำซ้ำกี่ครั้งก็ได้, บางคู่เปรียบเทียบจะมีความแม่นยำสูงกว่าคู่อื่น |
- การทดลองหลายปัจจัย (Factorial experiments)
| แผนการทดลอง | เงื่อนไขการใช้งาน |
|---|---|
| RCB | ชุดรวมทรีตเมนต์น้อยกว่า 10 แบบ, อิทธิพลหลักและอิทธิพลร่วมมีความสำคัญเท่ากัน |
| Split-plot | มีอย่างน้อย 2 ปัจจัยที่ความสำคัญไม่เท่ากัน, ปัจจัยที่สำคัญน้อยกว่าหรือต้องการพื้นที่ใหญ่กว่าจะถูกวางไว้ในพล็อตหลัก (Main plots) |
| Split-split plot | มีอย่างน้อย 3 ปัจจัย, เรียงลำดับความสำคัญจากน้อยไปมาก (Main plots > Subplots > Sub-subplots) |
| Strip-plot | ปัจจัยต้องการพื้นที่ใหญ่เกินกว่าขนาด Subplot ปกติ, เน้นศึกษาอิทธิพลร่วม (Interaction) มากกว่าอิทธิพลหลัก |
| Confounding | มีมากกว่า 2 ปัจจัย, ยอมเสียความแม่นยำในอิทธิพลร่วมอันดับสูง (High-order interactions) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านอื่น |
3.3 การออกแบบสำหรับการทดสอบในนาเกษตรกร
ในงานทดสอบเทคโนโลยี (Verification Experiment) มักใช้แผนการทดลองแบบ RCB โดยมี 2 ซ้ำ ต่อเกษตรกรหนึ่งราย และทำกับเกษตรกรอย่างน้อย 10 รายเพื่อเป็นตัวแทนของพื้นที่เป้าหมาย โดยกรรมวิธีเทคโนโลยีใหม่ต้องเหมือนกันทุกราย แต่เทคโนโลยีเกษตรกรอาจต่างกันไปตามการปฏิบัติของแต่ละคน